ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาปี2020อย่างไรให้ผ่าน แนะนำโดยบริษัทรับทำวีซ่าอเมริกา

วิธีการขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา

เราเป็นบริษัทรับทำวีซ่าอเมริกา ซึ่งมีประสบการณ์ดูแลงานให้กับลูกค้าในหลากหลายเคสยาวนานกว่า 15 ปี วันนี้เราจะมาแนะนำการ ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา หรือเพื่อเดินทางไปประชุมธุรกิจ หรือที่พูดกันติดปากว่าวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา ประเภท B-1 / B-2 ซึ่งเป็นหนึ่งในประเภทวีซ่าที่คนไทยนิยมสมัครกันมากที่สุด ว่าจะทำอย่างไรให้วีซ่ามีโอกาสผ่านมากที่สุด

ดังจะเห็นได้จากตอนเช้าๆ หน้าสถานทูตจะมีทั้งผู้สมัครเองรอคิวยาวเพื่อเข้าสัมภาษณ์วีซ่า และกองเชียร์ของผู้สมัครที่มายืนรอคอยเพื่อให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม

คนไทยจำนวนมากใช้วีซ่าประเภทนี้เป็นก้าวแรกในการเดินทางท่องเที่ยว หาที่เรียนต่อ และเพื่อแสวงหาโอกาสอื่น ๆ ในสหรัฐอเมริกา

การเดินทางเป็นความฝันสำหรับพวกเราหลายคน (รวมถึงผู้เขียนเองด้วย) ที่จะได้ออกไปผจญภัยในสถานที่ใหม่ๆ และดื่มด่ำไปกับวัฒนธรรมอันกว้างใหญ่ และความมหัศจรรย์ที่ในต่างประเทศ

สำหรับคนไทยนั้น การเดินทางไปที่สหรัฐอเมริกาไม่ใช่แค่เรื่องการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น แต่มันหมายถึงการทำตามความฝันและเติมเต็มความปรารถนาในชีวิตที่จะได้เห็นมุมมองใหม่ของโลก

แต่ก่อนที่จะออกเดินทางหรือบุ๊คตั๋วนั้น คุณจะต้องสมัครและผ่านการสัมภาษณ์  วีซ่าท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา  และ/หรือ วีซ่าธุรกิจก่อน

ไม่ว่าคุณจะต้องการทำวีซ่าเพื่อท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา หรือวีซ่าธุรกิจสหรัฐอเมริกาก็ตามนั้น เราเป็นบริษัทรับทำวีซ่าอเมริกา เพื่อการท่องเที่ยวหรือเพื่อเดินทางไปประชุมธุรกิจที่สามารถให้บริการแก่คุณได้ทั้งหมดทุกขั้นตอน และรวมถึงการจัดเตรียมเอกสารที่จำเป็นรวมทั้งกระบวนการอื่น ๆ สำหรับคุณอีกด้วย

ที่ปรึกษาด้านวีซ่าของเราจะจัดเตรียมเอกสารทั้งหมด รวมทั้งการเตรียมพร้อมก่อนเข้าสัมภาษณ์ที่สถานทูตด้วย

เรามั่นใจว่า เราจะสามารถให้บริการทั้งหมดแก่คุณได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยาก

อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการเดินทางไปประเทศอื่น คุณอาจอ่านบทความอันนี้ประกอบด้วยนะ : รับทำวีซ่า

หรือหากคุณได้ทำวีซ่าเองไปแล้ว แต่อยากหาคนช่วยแปลเอกสารเท่านั้น คุณสามารถดูข้อมูลได้จากบทความอันนี้นะ : รับแปลเอกสาร

ก่อนที่คุณจะเริ่มอ่านข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่าประเภทนี้ เราขอแนะนำให้คุณรีวิวคลิปจากสถานทูตสหรัฐอเมริกาในกรุงเทพฯด้านล่างก่อน ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนทั้งหมดใน การรสัมภาษณ์วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา:

สารบัญเนื้อหา:

  1. ทำความเข้าใจก่อนเริ่ม ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา
  2. การ ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา สำหรับคนไทย
  3. คุณสมบัติของคนที่จะ ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา
  4. สิ่งที่คุณไม่สามารถทำได้ในสหรัฐอเมริกา
  5. วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาอยู่ได้กี่เดือน
  6. เอกสารที่จำเป็นสำหรับการ ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา
  7. ปัญหาที่พบเจอ
  8. บทสรุป

คำแปลรีวิวจากลูกค้าวีซ่าอเมริกาของเรา

เรียนคุณจิรศักดิ์และคุณหญิง

ผมมีความยินดีที่ได้เขียนข้อความฉบับนี้ให้กับคุณ อัมภาสิริและผมขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ของคุณตลอดไปสำหรับการบริการที่ยอดเยี่ยมที่เราได้รับและความใส่ใจอย่างสูงสุด ที่บริษัทของคุณได้ช่วยในกระบวนการขอวีซ่า CR-1 ของสหรัฐอเมริกา

ตั้งแต่ขั้นตอนแรกที่เป็นการจดทะเบียนสมรสของเราไปจนถึงการได้รับวีซ่านั้น  เรามีความสุขและพอใจอย่างสมบูรณ์กับผลงานของคุณจิรศักดิ์และคุณหญิง รวมทั้งคุณสายฝนและเจ้าหน้าที่อื่นทั้งหมด

โปรดอย่าลังเลที่จะใช้เราเป็นข้อมูลอ้างอิง เพื่อให้ผู้สนใจสำหรับบริการการแต่งงานหรือการขอวีซ่า คุณสามารถนำชื่อและที่อยู่อีเมลของผมไปเพื่อประชาสัมพันธ์ได้ ผมยินดีที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ที่ดีและมีคุณค่าที่เราได้รับจากบริษัทของคุณให้กับผู้ที่สนใจอย่างแน่นอน

ด้วยความเคารพ,

David Hendrix และ Aonpairin Somjai

1. ทำความเข้าใจก่อนเริ่ม ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา

การ ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา นั้น เป็นวีซ่าประเภทหนึ่งที่คนไทยนิยมใช้ในการเดินทางมาประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก

โดยหลักแล้ว วีซ่าประเภทนี้แบ่งออกเป็นสองประเภทย่อยอีกคือ

  1. B-1 เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจและ
  2. B-2 เพื่อการท่องเที่ยว

โดยการ ทำวีซ่าอเมริกา ประเภทนี้เพื่อเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกานั้น ค่อนข้างเป็นที่นิยมสำหรับคนไทย เนื่องจากขอวีซ่าประเภทนี้จะใช้เวลาดำเนินการไม่นาน และมีค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ไม่สูงมาก

โดยปกติแล้วขั้นตอนการ ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา นั้นตรงไปตรงมา แต่บางครั้งคุณอาจจำเป็นจะต้องมีมืออาชีพดูแลเพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการที่ยุ่งยากและน่าเบื่อ อาทิเช่น การทำใบสมัครซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ หรือการแปลเอกสารเป็นต้น

โดยปกติแล้วผู้สมัครหากสัมภาษณ์วีซ่าผ่านแล้ว ก็จะได้รับวีซ่าท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 10 ปี แต่บางครั้งก็ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและการพิจารณาของเจ้าหน้าที่สถานทูตด้วย โดยบางรายอาจได้รับระยะเวลาของวีซ่าเพียงแค่ตามความจำเป็นในการเดินทางเท่านั้น

ประเภทของวีซ่าที่จะได้รับคือ B-1/B-2 ซึ่งมีอายุ 10 ปี แต่สามารถอยู่อเมริกาได้นานเพียง 6 เดือน เมื่อเดินทางเข้าอเมริกาในแต่ละครั้ง

นี่คือวีซ่าที่เหมาะสำหรับผู้ที่แสวงหาการท่องเที่ยวและผู้ที่มีธุรกิจในสหรัฐอเมริกา

หากวัตถุประสงค์ของการเดินทางที่วางแผนไว้นั้นเกี่ยวข้องกับธุรกิจ เช่นเพื่อปรึกษากับผู้ร่วมธุรกิจ เข้าร่วมการประชุมทางวิทยาศาสตร์ ธุรกิจลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือการเจรจาต่อรองทางธุรกิจต่างๆ วีซ่าB-1 จะเป็นวีซ่าประเภทที่เหมาะสมสำหรับการเลือกทำ

แต่ถ้าวัตถุประสงค์ของการเดินทางตามแผนคือการพักผ่อนหย่อนใจในธรรมชาติ เยี่ยมสถาปัตยกรรมและอารยะธรรมของอเมริกา รวมถึงการท่องเที่ยวเยี่ยมเพื่อนหรือญาติ หรือเกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล วีซ่านักท่องเที่ยว (B-2) จะเป็นวีซ่าประเภทที่เหมาะสมสำหรับการเลือกทำ

วีซ่าท่องเที่ยว B-2 นั้น จะอนุญาตให้บุคคลเข้าสหรัฐอเมริกาในเวลาอันสั้นเพื่อความเพลิดเพลิน

ผู้สมัครวีซ่า B1/B-2 จะต้องมีหน้าที่จะต้องแสดงให้สถานทูตเห็นว่า ตนจะเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อระยะเวลาของวีซ่าสิ้นสุดลงแล้ว ซึ่งภาระการพิสูจน์ตรงนี้เป็นหน้าที่ของผู้สมัครวีซ่านะ

ผู้ที่ได้รับวีซ่า B-2 จะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในสหรัฐอเมริกาแต่อย่างใด

ตอนกรอกฟอร์มทำวีซ่า DS-160 ผู้สมัครจะต้องเลือกให้ถูกต้องเสียก่อนว่าตนต้องการเข้ามาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร หากเลือกผิดก็อาจจะถูกปฎิเสธเมื่อถึงขั้นตอนการสัมภาษณ์วีซ่าได้

2. การ ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา สำหรับคนไทย

ตามที่ แผนกกงสุล กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ – กรมการกงสุล ,  กำหนดไว้ว่า พลเมืองของต่างประเทศที่ประสงค์จะเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาต้องได้รับวีซ่า

อาจเป็นวีซ่าชั่วคราวสำหรับการอยู่ชั่วคราวหรือ

วีซ่าถาวรสำหรับผู้ต้องการอยู่อาศัยถาวร

วีซ่านักท่องเที่ยวอเมริกาเป็นวีซ่าชั่วคราวสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาชั่วคราวภายใต้ประเภทวีซ่าดังต่อไปนี้:

  • สำหรับธุรกิจ (ประเภทวีซ่า B-1)
  • เพื่อการท่องเที่ยว (ประเภทวีซ่า B-2)
  • สำหรับการรวมกันของวัตถุประสงค์ทั้งสอง (B-1 / B-2) โดยปกติเวลาให้วีซ่าก็จะระบุมาแบบนี้เลย โดยสามารถดูตัวอย่างได้จากภาพด้านล่าง

3. คุณสมบัติของคนที่จะ ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา

สถานทูตและสถานกงสุลสหรัฐฯประจำประเทศไทยจะค่อนข้างเข้มงวดกับการให้วีซ่าในการเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อการท่องเที่ยวของคนไทย

เนื่องมาจากคนไทยหลายคนพอไปแล้ว ก็ไปแอบโดดพักอาศัยและทำงานที่นั้นอย่างไม่ถูกกฎหมาย

โดยปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คุณได้รับวีซ่านั้น คุณอาจลองอ่านความเห็นของเจ้าหน้าที่ของเราได้ตามข้อมูลด้านล่างนี้

“ สิ่งสำคัญอันดับแรกเมื่อขอวีซ่าท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกาในประเทศไทยคือ คุณควรมีงานทำ คุณจะต้องสามารถแสดงถึงสถานะการจ้างที่ถูกต้องแท้จริงและมั่นคงได้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคุณไปเที่ยวหรือไปทำธุระแล้วคุณจะกลับมาประเทศไทย

นอกจากนี้ประวัติการเดินทางเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เมื่อสมัครวีซ่าประเภทนี้หากคุณเดินทางไปต่างประเทศเป็นครั้งแรกและคุณเลือกที่จะสมัครขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา โอกาสในการถูกปฎิเสธวีซ่าของคุณนั้นจะค่อนข้างสูง ผู้สมัครหลายคนมั่นใจเกินไปว่าตนมีเงินในบัญชีเยอะ ตนจะได้รับวีซ่าแน่นอน แต่สุดท้ายก็โทรหาเราเมื่อถูกปฏิเสธแล้ว”

ตามประสบการณ์ที่ทำงานด้านนี้มา 15 ปีแล้ว คนไทยที่สามารถขอวีซ่าประเภทนี้เพื่อเข้าอเมริกาได้ จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้:

  • เขาหรือเธอมีเงินเพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายของการเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาและการพักอาศัย และค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว (อย่าลืมว่าค่าครองชีพที่อเมริกาสูงกว่าบ้านเราหลายเท่าตัว)
  • เขาหรือเธอมีแผนการท่องเที่ยวและการเงินที่สอดคล้องตามความจริงตลอดระยะเวลาที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว
  • ระยะเวลาที่คาดการณ์ไว้สำหรับการท่องเที่ยว สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการเดินทาง
  • เขาหรือเธอมีหน้าที่การงาน โดยเฉพาะงานประจำทำในประเทศไทยมาแล้วต่อเนื่อง ยาวนานพอสมควร
  • การมีแฟนเป็นคนอเมริกัน ที่อาศัยอยู่ที่อเมริกา มีโอกาสถูกปฎิเสธวีซ่ามากกว่า90%
  • การระบุว่าจะไปกับทัวร์นั้น ไม่สามารถช่วยให้การพิจารณาใบสมัครของผู้สมัครดีขึ้นแต่อย่างใด (ช่วงหลังๆ หากระบุว่าไปกับทัวร์ ก็อาจจะโดนเพ็งเล็งตอนสัมภาษณ์ได้)

4. สิ่งที่คุณไม่สามารถทำได้ในสหรัฐอเมริกา

เมื่อได้รับวีซ่าเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวที่อเมริกาเรียบร้อยแล้ว คุณจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและกฎหมายอื่นๆ รวมทั้งระเบียบทั้งหมดที่กำหนดโดยหน่วยงานทั้งหลายแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา คุณจะทำผิดกฎหมายโดยอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้

เมื่อคุณได้รับวีซ่าแล้ว ทางสถานทูตจะมีกระดาษมาให้ และจะระบุสิ่งที่คุณสามารถทำได้และไม่สามารถทำได้ไว้ด้วย โดยคุณมีหน้าที่ที่จะต้องอ่านให้เข้าใจนะ

สำหรับวีซ่าธุรกิจ B-1 หรือวัตถุประสงค์ทางธุรกิจผู้ถือวีซ่าไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในสหรัฐอเมริกา ทำได้เพียงแค่ไปประชุม หรือเดินทางไปสัมมนาทางธุรกิจเท่านั้น

ผู้ได้รับวีซ่าธุรกิจ B-1 จะต้องเดินทางกลับมาเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต

การยื่นขอวีซ่า B-1 สามารถทำได้โดยตรงที่สถานกงสุลหรือสถานทูตสหรัฐฯ

5. วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา อยู่ได้กี่เดือน

โดยปกติแล้วเมื่อวีซ่าผ่านเราจะได้รับหน้าวีซ่าที่เป็นสติ๊กเกอร์เปะลงบนพาสปอร์ตของเรา โดยมีอายุ 10 ปี แต่เมื่อเราเดินทางเราประเทศอเมริกา ทางเจ้าหน้าที่ ตม. จะปั๊มวีซ่าให้เราอยู่ได้เพียงแค่ 6 เดือน

นั้นหมายความว่า เราจะต้องออกจากประเทศเค้าภายใน 6 เดือนนะ เพราะบางคนเข้าใจว่าเค้าให้อยู่ได้ 10 ปี ก็เลยอยู่ทำงานซะยาวเลย

หรือบางครั้ง เจ้าหน้าที่ตม. อาจจะปั๊มวีซ่าให้เราน้อยกว่า 6 เดือนก็ได้

อย่างไรก็ตามการเดินทางเข้า-ออก บ่อยๆ อาจก่อให้เกิดข้อสันนิษฐานว่าผู้ได้รับวีซ่าอาจแอบเข้าไปทำงาน หรือทำกิจกรรมอย่างอื่นที่ไม่อนุญาต จนบางครั้งวีซ่าที่ได้รับมาแล้วก็อาจถูกเพิกถอนได้

6. เอกสารที่จำเป็นสำหรับการ ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา

เอกสารปกติที่คุณต้องใช้ในการยื่นทำวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาหรือ B-1/B-2 สำหรับคนไทยนั้น จะมีดังต่อไปนี้:

  • หนังสือเดินทาง (มีอายุมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป)
  • สเตทเม้นท์ธนาคาร (ย้อนหลัง 6 เดือน)
  • รูปถ่ายวีซ่า (2 ชุด)
  • เอกสารสินทรัพย์ (ถ้ามี)
  • เอกสารทางส่วนบุคคล
  • เอกสารเปลี่ยนชื่อและนามสกุล (ถ้ามี)
  • บัตรประชาชนไทย
  • ทะเบียนบ้าน
  • หลักฐานการทำงานหรือการเป็นเจ้าของธุรกิจ

หากผู้สมัครมีสปอนเซอร์

นี่คือเอกสารที่จำเป็นต้องเตรียมทางฝั่งสปอนเซอร์:

  • สำเนาหนังสือเดินทางพร้อมลายเซ็นต์ของสปอนเซอร์
  • หนังสือรับรองจากธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น ที่สปอนเซอร์มีเงินฝาก โดยระบุรายละเอียดดังต่อไปนี้เกี่ยวกับบัญชีของสปอนเซอร์:
    1. วันที่เปิดบัญชี;
    2. จำนวนเงินฝากทั้งหมดสำหรับปีที่ผ่านมา;
    3. ยอดเงินปัจจุบัน
  • หนังสือรับรองจากนายจ้างของสปอนเซอร์ โดยมีการระบุข้อมูลของผู้สปอนเซอร์ดังนี้:
    1. วันที่และลักษณะของการจ้างงาน
    2. เงินเดือนที่จ่าย;
    3. ระบุว่าเป็นการจ้างงานแบบ Full time หรือ Part time

ทั้งนี้ ให้พึงระลึกว่า สุดท้ายแล้วทางสถานทูตจะพิจารณาจากคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นหลัก แม้ว่าคุณจะมีสปอนเซอร์ที่ร่ำรวยเพียงใดก็ตาม

รายการเอกสารอย่างอื่นที่อาจจำเป็นต้องใช้ประกอบการทำใบสมัคร:

  • หนังสือชี้แจ้งหรือจดหมายเชิญที่มีการระบุถึงวัตถุประสงค์ของการเดินทางไปอเมริกา
  • รายละเอียดความตั้งใจของคุณที่จะเดินทางกลับออกมาจากสหรัฐอเมริกาหลังจากการเดินทาง
  • ความสามารถในการชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดของการเดินทาง รวมทั้งค่าใช้จ่ายอย่างอื่น
  • หลักฐานการจ้างงาน และ/หรือความผูกพันในครอบครัวของคุณ ที่จะแสดงให้ทางสถานทูตเห็นว่าคุณมีความตั้งใจที่จะเดินทางกลับประเทศไทยหลังจากที่สิ้นสุดการท่องเที่ยวหรือทำธุระแล้ว นอกจากนี้หากตัวคุณเองไม่สามารถแสดงจำนวนเงินที่คุณมีให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับการเดินทางของคุณ คุณอาจแสดงหลักฐานว่าบุคคลอื่นหรือว่าใครจะช่วยคุณออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วย

7. ปัญหาที่พบเจอ

การเดินทางไปที่สหรัฐอเมริกานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนการนั่งรถไฟ BTS หรือรถไฟใต้ดิน MRT ไปยังที่ที่คุณต้องการไปหรือจองรถ GRAB หรือ UBER

นอกจากนี้ยังไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นการจองตั๋วเครื่องบินและบินไปยังสหรัฐอเมริกา โดยก่อนอื่นใดนั้นสิ่งที่คุณต้องทำคือการได้รับการอนุมัติหรือผ่านการอนุมัติเพื่อไปที่สหรัฐอเมริกา

นี่คืออัตราการปฏิเสธวีซ่าท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกาสำหรับคนไทย

สิ่งแรกที่คุณต้องทำหากคุณต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวหรือทำธุระที่สหรัฐอเมริกาคือการสมัครวีซ่าให้ถูกกับประเภท และถูกวัตถุประสงค์ของการเดินทาง และต้องกรอกใบสมัครให้ถูกต้องตรงกับความเป็นจริงตามข้อมูลของคุณด้วย

การทำวีซ่าประเภทนี้นั้นดูเหมือนจะง่ายสำหรับการทำวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา แต่บ่อยครั้งก็มีปัญหามากมายที่ผู้สมัครต้องเผชิญ จนนำไปสู่การถูกปฎิเสธเมื่อเข้าไปสัมภาษณ์ได้

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดที่ผู้คนเผชิญคือวีซ่าถูกปฎิเสธ อันเนื่องมาจากไม่เข้าใจหลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่แท้จริง จนนำไปสู่การกรอกฟอร์ม DS-160 ผิดพลาด!

ผู้สมัครวีซ่าคนไทยจำนวนมากประสบปัญหานี้ในการปฏิเสธวีซ่าเนื่องจากเหตุผลหลายประการ

โดยเราได้ทำการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาทั่วไปที่ผู้สมัครชาวไทยเผชิญเมื่อสมัครวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาและถูกปฎิเสธจากสถานทูตหรือเจ้าหน้าที่ผู้สัมภาษณ์วีซ่า โดยอ้างอิงจากประสบการณ์ของเรา นี่คือคำแนะนำบางประการที่เราฝากไว้ให้พิจารณาก่อนสมัครวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา:

  • ผู้สมัครทำงานฟรีแลนซ์ และประเภทของงานนั้นไม่มีความมั่นคง
  • ผู้สมัครเป็นเจ้าของธุรกิจก็จริง แต่ทำธุรกิจโดยไม่มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง
  • ผู้สมัครทำงานประจำ แต่เพิ่งเริ่มทำงานที่ใหม่ หรือทำงานในตำแหน่งที่ได้รับรายได้ต่ำ (ในมุมมองสถานทูต)
  • ผู้สมัครอ้างอิงคนรู้จักหรือสปอนเซอร์ที่อเมริกา แต่คนๆนั้นทำงานอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่สถานทูตมองว่าคุณอาจเดินทางแอบไปทำงานกับเค้าได้
  • ผู้สมัครมีญาติใกล้ชิดที่โดดวีซ่าอยู่ที่อเมริกา
  • ผู้สมัครเดินทางไปเที่ยวอเมริกาคนเดียว
  • ประวัติการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของผู้สมัครในพาสปอร์ตไม่มีเลยหรือมีน้อย
  • ผู้สมัครมีแฟนเป็นคนสัญชาติอเมริกัน (ควรไปขอวีซ่าถาวรเช่น K1 หรือ CR1 แทนนะ)

บทสรุป

กระบวนการของการทำวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาสำหรับคนไทยนั้นดูเหมือนง่าย แต่จริงๆแล้วนั้นมีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกปฎิเสธ เพราะใบสมัครและผู้สัมภาษณ์วีซ่าจะมีลูกล่อลูกชนให้เราอาจถูกปฎิเสธวีซ่าได้ นั่นคือสาเหตุว่าทำไมคุณควรได้รับคำปรึกษาจากผู้ที่มีประสบการณ์และผ่านการทำเคสมาอย่างหลากหลาย

จริงอยู่ว่าการทำวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาสามารถทำด้วยตัวเองได้ ดังจะเห็นจากรีวิวต่างๆที่แนะนำให้ผู้สมัครทำวีซ่าด้วยตัวเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่เราอยากจะบอกจากใจว่าที่ผู้รีวิวแสดงความเห็นเหล่านั้นได้ ก็เพราะเค้ามีคุณสมบัติครบถ้วนอยู่แล้ว ก็เลยทำให้สามารถทำวีซ่าผ่านได้ง่ายโดยไม่มีอุปสรรคใดๆ

แต่ในความเป็นจริงตลอดระยะเวลาที่เราทำงานมา มีผู้ได้รับการปฎิเสธวีซ่าโทรมาปรึกษามากมาย โดยส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขในภายหลังได้ เพราะผู้ถูกปฎิเสธได้ให้ข้อเท็จจริงไปกับสถานทูตแล้ว จะมากลับลำแจ้งข้อเท็จจริงเป็นอีกอย่างในภายหลังก็ไม่ได้แล้ว จึงเป็นการเสียโอกาสของผู้สมัครที่จะได้เดินทางไปท่องเที่ยวอย่างน่าเสียดาย

ดังนั้น คุณควรมีผู้ให้คำปรึกษาก่อนยื่นใบสมัครจะเป็นการดีที่สุด เพื่อให้การทำวีซ่าของคุณตั้งแต่ครั้งแรกเป็นไปอย่างถูกต้อง

ความช่วยเหลือด้านวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาของเรานั้น เป็นที่รู้จักกันดีว่ามีความเชี่ยวชาญในการช่วยเหลือลูกค้าในการขอวีซ่า โดยเราจะช่วยเหลือคุณในเรื่องต่อไปนี้:

  • ประเมินรายละเอียดของผู้สมัครก่อนเริ่มบริการ
  • ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับบริการที่เราจะจัดทำให้ รวมถึงแพ็คเกจและค่าบริการของเรา
  • เราเข้าใจว่าลูกค้าชาวไทยของเราบางคนไม่คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษดังนั้นเราจะจัดการทุกขั้นตอนการสมัครรวมถึงการแปล การกรอกใบสมัคร การเตรียมเอกสาร และการฝึกฝนการสัมภาษณ์
  • พนักงานของเรามีความรู้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย เรามั่นใจว่าเราสามารถช่วยเหลือคุณได้ดีโดยไม่มีอุปสรรคด้านภาษา
  • เรารายงานความคืบหน้าโดยละเอียดในระหว่างการให้บริการ
  • ติดต่อกับหน่วยงานราชการและสถานทูตในประเทศไทยเพื่อเป็นตัวแทนลูกค้าของเรา
  • ซักซ้อมการสัมภาษณ์ (เราอัพเดตคำถามจากลูกค้าที่เข้าสัมภาษณ์ทุกวัน)
  • รับประกันผลลัพธ์สำหรับการยื่นทำวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา

เรารู้ว่าวีซ่าประเภทนี้สำคัญสำหรับลูกค้าของเราอย่างไร

นั่นเป็นเหตุผลที่เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าและผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจคนเข้าเมืองที่ทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้ผลการสมัครวีซ่าสหรัฐอเมริกาเป็นไปอย่างดีที่สุด

ทีมงานของเราช่วยเหลือลูกค้าในทุกขั้นตอนของการยื่นขอวีซ่า

เรารู้ว่าการทำวีซ่าสหรัฐอเมริกามีซับซ้อนเพียงใด นั่นคือสาเหตุที่เราตรวจสอบให้แน่ใจว่าเรามีทีมที่ดีที่สุดที่พร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าของเรา

เรา บริษัท บาเบล จะช่วยเหลือคุณจนได้รับผลของวีซ่าเป็นที่พอใจอย่างแน่นอน ปะ ไปเที่ยวเมกากัน!