วิธีการขอวีซ่าคู่หมั้นอเมริกาหรือวีซ่าK-1 และรายการเอกสารที่ต้องเตรียม Update ปี 2021

ข้อมูลการทำวีซ่าคู่หมั้นอเมริกา

วีซ่าคู่หมั้นอเมริกา (K1 Visas)

วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจกันว่าวีซ่าคู่หมั้นอเมริกา หรือเรียกกันสั้นๆว่า K1 Visa นั้นมีรายละเอียดในการทำอย่างไร เหมาะกับใคร และเอกสารๆสำคัญที่ต้องเตรียมหรือสำรวจตรวจสอบกันก่อนนั้นมีอะไรบ้างเรารับรองว่า เมื่อคุณได้อ่านบทความนี้แล้ว คุณจะกระจ่างในข้อมูลเพื่อใช้สำหรับการเตรียมใบสมัครวีซ่าของคุณอย่างแน่นอนหลายคนคงคุ้นหูกับประโยคที่ว่า รักข้ามฟ้า รักข้ามพรมแดน คู่รักที่พบรักกันแม้จะอยู่ห่างไกลกันแทบครึ่งโลก แต่ก็มาเจอกันจนกลายเป็นรักแท้ และการที่คู่รักต่างสัญชาติจะใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันได้นั้น ต้องอาศัยกระบวนการทางกฎหมายคนเข้าเมืองในเรื่องของการขอวีซ่าเพื่อให้คู่ครองสามารถมาอยู่ด้วยกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในที่นี้เราจะขอพูดถึงคู่รักที่ต้องการขอให้แฟนไปอยู่อเมริกา เพื่อจดสมรสและอยู่ด้วยกันอย่างถาวร นั่นคือการขอวีซ่าคู่หมั้นอเมริกา (K1 Visa) ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังขอวีซ่าคู่หมั้นอเมริกาหรือ K1 Visa หรือสนใจวีซ่าประเภทนี้อยู่ เราจะมาบอกทุกรายละเอียด หัวข้อ ขั้นตอนที่ควรทราบ เพราะฉะนั้นห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด เริ่ม!

เราขอแนะนำให้คุณอ่านข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่าท่องเที่ยวของอเมริกา (B1/B2) ประกอบด้วย เพื่อเข้าใจว่ามันมีความแตกต่างกันอย่างไร

คลิกอ่านที่นี้
บทนำวีซ่าคู่หมั้นอเมริกาK1

วีซ่าคู่หมั้นอเมริกาคืออะไร

วีซ่าคู่หมั้นอเมริกาหรือวีซ่า K1 คือวีซ่าสำหรับคู่รักของชาวอเมริกันที่ต้องการขอวีซ่าเพื่อไปจดทะเบียนสมรสที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจะต้องจดทะเบียนสมรสภายในระยะเวลา 90 วัน นับจากวันที่ผู้ได้รับวีซ่าเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากวีซ่าคู่หมั้นนี้เป็นเพียงวีซ่าชั่วคราวเพื่อจุดประสงค์ในการจดทะเบียนสมรสดังนั้นหลังจากจดทะเบียนสมรสกับชาวอเมริกันเรียบร้อยแล้ว จะต้องดำเนินการยื่นคำร้องเพื่อขอปรับสถานะเป็นผู้พำนักถาวรหรือที่เรียกว่าผู้ถือกรีนการ์ด (LPR) ต่อไปหากผู้สมัครหลักที่เป็นคู่รักของชาวอเมริกันมีบุตรที่อายุน้อยกว่า 21 ปีบริบูรณ์ และมีความประสงค์ที่จะติดตามไปประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถขอวีซ่าติดตามผู้สมัครหลักหรือวีซ่า K2 ไปพร้อมกันได้โดยไม่ต้องยื่นใบคำร้องแยกจากผู้สมัครหลัก ภายใต้เงื่อนไขว่าบุตรจะต้องมีสถานภาพโสด อายุต่ำกว่า 21 ปี และอยู่ในอำนาจการปกครองของผู้สมัครแต่เพียงผู้เดียวคุณสามารถศึกษาข้อมูลจากสถานทูตประกอบด้วยได้ตามลิงค์นี้นะ : วีซ่าคู่หมั้นสหรัฐอเมริกา

วีซ่าคู่หมั้นอเมริกาคืออะไร

คุณสมบัติเบื้องต้นของการขอวีซ่าคู่หมั้นอเมริกา

การจะทำวีซ่าให้ผ่าน คุณจะต้องทราบก่อนว่าวีซ่าประเภทนี้เค้าดูข้อมูลอะไรบ้างของผู้ขอและแฟนอเมริกัน ซึ่งหากคุณและคู่รักสัญชาติอเมริกันมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบุไว้ด้านล่างนี้ การขอวีซ่า K1 ไม่ถือเป็นเรื่องยากสำหรับคุณ

สปอนเซอร์สัญชาติอเมริกัน

ผู้สมัคร

  • มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์
  • มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์
  • สถานภาพโสด
  • สถานภาพโสด
  • มีรายได้ในปีภาษีล่าสุดผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด
  • สุขภาพแข็งแรงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
  • ไม่เคยต้องโทษคดีอาญาร้ายแรงหรือมีประวัติกระทำความผิดซ้ำซ้อน
  • ไม่เคยมีประวัติการทำงานผิดกฎหมาย
 
  • ไม่เคยต้องโทษคดีอาญาร้ายแรงหรือมีประวัติกระทำความผิดซ้ำซ้อน
เคยเจอกันอย่างน้อย 1 ครั้ง ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปีล่าสุดก่อนยื่นคำร้องขอวีซ่า

ไม่ต้องกังวลจนเกินไปหากคุณสมบัติของคุณไม่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ข้างต้น คุณสามารถขอคำปรึกษาเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญของทางบริษัทได้ เพื่อให้เราช่วยดูแลและทำให้การยื่นวีซ่าของคุณเป็นไปได้ด้วยดี 

คุณสมบัติของผู้สมัครวีซ่าคู่หมั้นอเมริกา

ค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่าคู่หมั้นอเมริกา

การขอวีซ่าแต่ละตัวไม่ฟรีนะ และสำหรับวีซ่าคู่หมั้นอเมริกาก็จะมีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายหลายรายการ โดยหลักๆ คุณก็จะต้องเตรียมเงินไว้ใช้สำหรับการขอวีซ่าดังต่อไปนี้

รายละเอียด

ค่าธรรมเนียม

  • ค่าธรรมเนียมคำร้อง I-129F
  • 533$ หรือ16,500฿
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าคู่หมั้น
  • 265$ หรือ 8,215฿
  • ใบรับรองความประพฤติ
  • 100฿
  • ค่าตรวจสุขภาพ
  • 6,000 – 12,000฿

ลิสรายการเอกสารในการขอวีซ่าคู่หมั้นอเมริกา K1

เมื่อคุณทราบถึงคุณสมบัติและค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว ส่วนที่สำคัญที่สุดของการทำวีซ่าคือ การจัดเตรียมเอกสารให้ถูกต้อง ครบถ้วน สมบรูณ์ เพื่อยื่นให้แก่หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของอเมริกาเพื่อพิจารณาออกวีซ่าให้กับคุณนั้นเอง โดยเอกสารหลักที่ใช้ในการยื่นคำร้องขอวีซ่าคู่หมั้นก็จะมีดังนี้:

  • ใบคำร้องสำหรับวีซ่าคู่หมั้น (I – 129F)
  • หนังสือค้ำประกันจากสปอนเซอร์ (I-134)
  • แบบฟอร์ม G-1145 เป็นฟอร์มสำหรับใส่เบอร์โทร อีเมล เพื่อเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้สมัครได้
  • หนังสือรับรองว่าจะจดทะเบียนสมรสกันภายใน 90 วัน
  • สำเนาเอกสารส่วนตัวของผู้สมัครพร้อมฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษและมีตราประทับรับรองคำแปล เช่น ใบเกิด ใบเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล ทะเบียนหย่า (ถ้าเคยหย่ามาก่อน)
  • สำเนาเอกสารส่วนตัวของสปอนเซอร์ เช่น ใบเกิด หนังสือเดินทาง Naturalization certificate ใบขับขี่ ใบเปลี่ยนชื่อนามสกุล ใบหย่า (ถ้าเคยหย่ามาก่อน) เป็นต้น
  • สำเนาเอกสารแหล่งพำนักในอเมริกาของสปอนเซอร์ เช่น สัญญาเช่า เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในบ้านและที่ดิน หลักฐานการผ่อนชำระค่าบ้านหรือmortgage statement บิลค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น
  • สำเนาเอกสารการงานและรายได้ของสปอนเซอร์ เช่น เอกสารภาษีเงินได้ปีล่าสุดหรือTax Return Transcriptปีล่าสุด หนังสือรับรองงาน เป็นต้น
  • ใบรับรองความประพฤติจากกรมตำรวจของผู้สมัคร
  • รูปถ่ายสี 2 รูป ขนาด 2×2 นิ้ว รูปสี พื้นหลังสีขาวของผู้สมัคร
  • รูปถ่ายสี 2 รูป ขนาด 2×2 นิ้ว รูปสี พื้นหลังสีขาวของสปอนเซอร์
  • หลักฐานแสดงความสัมพันธ์
  • ผลตรวจสุขภาพของผู้สมัคร
รายการเอกสารวีซ่าคู่หมั้นอเมริกาk1

ขั้นตอนการขอวีซ่าคู่หมั้นอเมริกา

เนื่องจากการทำวีซ่าคู่หมั้นอเมริกานั้น จะมีความซับซ้อนยุ่งยากกว่าวีซ่าท่องเที่ยวมาก เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนเราจะแบ่งขั้นตอนการขอวีซ่าคู่หมั้นอเมริกาเป็น 5 ขั้นตอนหลักดังนี้

  • ขั้นตอนที่ 1 ยื่นคำร้อง แบบฟอร์ม I-129F ไปที่ USCIS

แบบฟอร์มแรกที่ผู้สมัครต้องยื่นคือ I-129F สามารถดาวโหลดแบบฟอร์มได้จากหน้าเว็บไซด์ของ USCIS ตามลิงค์ได้นะ https://www.uscis.gov/i-129fทีนี้มาดูกันว่าการกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มนี้เราควรทำความเข้าใจพื้นฐานดังนี้ 

  1. ผู้ที่ยื่นใบคำร้องแบบฟอร์ม I-129F นี้คือสปอนเซอร์สัญชาติอเมริกัน ในแบบฟอร์มคือ Petitioner ที่ต้องการให้แฟนหรือคู่หมั้นต่างชาติมาจดสมรสกันในอเมริกา ดังนั้นผู้ที่จะเซ็นฟอร์มนี้คือสปอนเซอร์สัญชาติอเมริกัน ตัวอย่างแบบฟอร์มที่ต้องลงข้อมูลของสปอนเซอร์ หรือ ผู้ยื่นคำร้อง (Petitioner) ตามนี้
แบบฟอร์มการขอวีซ่าคู่หมั้นอเมริกา

2. ผู้สมัครคือบุคคลสัญชาติอื่นใดที่ต้องการไปจดสมรสกับแฟนหรือคู่หมั้นสัญชาติอเมริกาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในแบบฟอร์มนี้เรียกว่าผู้ได้รับผลประโยชน์ หรือ Beneficiary เพราะฉะนั้นเวลาลงข้อมูลในแบบฟอร์มต้องระวังอย่าลงข้อมูลสลับกัน ต้องลงให้ถูกต้องว่าส่วนไหนควรลงข้อมูลของผู้สมัครหรือสปอนเซอร์ ตัวอย่างหน้าที่ต้องกรอกข้อมูลของผู้สมัครตามนี้ 

ตัวอย่างการกรอกฟอร์ม

เมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อยให้ส่งแบบฟอร์มคำร้อง I-129F ที่มีข้อมูลสมบูรณ์ครบถ้วนพร้อมทั้งแนบสำเนาเอกสารส่วนตัวของผู้สมัครและสปอนเซอร์ไปยังสำนักงาน USCIS ที่สหรัฐอเมริกาสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ USCIS เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่คัดกรองคำร้องในขั้นตอนแรก

ขั้นตอนการขอวีซ่าK1
หลังจากที่ทางสปอนเซอร์ยื่นคำร้องไปที่ USCIS แล้ว จะได้รับข้อความหรืออีเมล์แจ้ง Receipt Number ที่ใช้ในการตรวจสอบสถานะของคำร้องภายใน 7 วันหลังจากยื่นเอกสาร และจะได้รับ Form I-797C, Notice of Action หรือที่เรียกว่า Receipt Notice ส่งไปยังที่อยู่จัดส่งไปรษณีย์ของสปอนเซอร์ตามที่ระบุไว้ในคำร้องภายใน 30 วันหลังจากยื่นคำร้องในขั้นตอนแรกนี้จะมีค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้อง 535 เหรียญดอลลาร์สหรัฐอเมริกาโดยต้องยื่นเป็นเช็คหรือธนาณัติที่ออกโดยสถาบันการเงินในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น หรือเครดิตการ์ด และจะใช้ระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 4 – 6 เดือน

ตัวอย่าง Approval Notice USCIS

หลังจากที่คำร้อง I-129F ได้รับการอนุมัติจาก USCIS สปอนเซอร์จะได้รับ Form I-1797, Notice of Action หรือที่เรียกว่า Approval Notice เพื่อยืนยันว่า USCIS ได้อนุมัติใบคำร้องของคุณแล้ว และกำลังส่งคำร้องของคุณไปยังศูนย์วีซ่าแห่งชาติ (NVC) เพื่อให้ทาง NVC ออกหมายเลยเคส หรือที่เรียกว่า Case Number และส่งคำร้องของคุณต่อมายังสถานทูตสหรัฐอเมริกาในประเทศ

เมื่อทางสถานทูตฯ ได้รับคำร้องของคุณแล้ว ทางสถานทูตจะส่งจดหมาย 1 ฉบับให้กับผู้สมัครทางไปรษณีย์ เป็นรายละเอียดหมายเลขเคส หรือ Case Number เพื่อใช้ในการยื่นใบสมัครวีซ่าในขั้นตอนต่อไป

เคสนัมเบอร์วีซ่าคู่หมั้นอเมริกา

ระยะเวลาที่ใช้ตั้งแต่คำร้องได้รับการอนุมัติหรือ Approval Notice ไปจนถึงวันที่ได้รับ Case Number อยู่ที่ประมาณ 1 – 1.5 เดือน

  • ขั้นตอนที่ 2 ยื่นใบสมัครออนไลน์และขอนัดหมายสัมภาษณ์กับสถานทูตสหรัฐอเมริกาในประเทศไทย

หลังจากได้รับ Case Number แล้ว ผู้สมัครจะต้องกรอกแบบฟอร์มใบสมัครวีซ่าชั่วคราว DS-160 ทางออนไลน์ สามารถเข้าไปกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ DS-160 ได้ตามลิงค์นี้ https://ceac.state.gov/genniv/ จะสังเกตเห็นได้ว่าวีซ่าคู่หมั้นใช้แบบฟอร์มออนไลน์เดียวกันกับวีซ่าท่องเที่ยวชั่วคราว เมื่อเริ่มต้นการกรอกข้อมูลด้านในใบสมัครออนไลน์ DS-160 นี้จะมีให้เลือกประเภทวีซ่าอีกทีหนึ่ง ให้เลือก FIANCE (E) OR SPOUSE OF A U.S. CITIZEN (K) ตามตัวอย่างด้านล่างนี้

DS160 for K1 Visa

เมื่อกรอกข้อมูลใน DS-160 เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าคู่หมั้น 8,215 บาท [ข้อมูลวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2563] สามารถเข้าระบบเพื่อทำการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าได้จากลิ้งค์นี้ https://cgifederal.secure.force.com/?language=Thai&country=Thailand โดยจะต้องทำการลงทะเบียนให้เรียบร้อย และระบบจะให้เลือกชำระได้สองแบบคือชำระโดยบัตรเครดิต และชำระโดยเงินสดที่ธนาคารกรุงศรี ตัวอย่างใบเสร็จค่าธรรมเนียมวีซ่าคู่หมั้นอเมริกาที่ชำระโดยเงินสดที่ธนาคารกรุงศรีตามด้านล่างนี้

ใบเสร็จการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าคู่หมั้นอเมริกา

หลังจากชำระเรียบร้อยแล้ว ผู้สมัครจะต้องส่งอีเมล์พร้อมแนบเอกสารตามที่สถานทูตฯ ร้องขอไปยัง IVSchedulingBangkok@state.gov เพื่อขอทำการนัดหมายสัมภาษณ์ต่อไป ทางสถานทูตจะแจ้งวันนัดสัมภาษณ์กลับมาทางอีเมล์ภายในระยะเวลาไม่เกิน 14 วันทำการ

  • ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสุขภาพ

หลังจากที่ผู้สมัครได้รับอีเมล์แจ้งวันนัดหมายสัมภาษณ์จากสถานทูตอเมริกาแล้ว

ผู้สมัครจะต้องทำการนัดหมายกับทางโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองจากสถานทูตฯ แล้วว่าให้สามารถทำการตรวจสุขภาพเพื่อใช้ในการยื่นขอวีซ่าได้ เช่น โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาลBNH

ในขั้นตอนนี้หากแพทย์พบเห็นความผิดปกติของร่างกายและพิจารณาแล้วว่าต้องมีการตรวจเพิ่มเติม อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าในขั้นตอนการขอวีซ่าได้เช่นกัน

เนื่องจากทางสถานทูตจะไม่อนุญาตให้ผู้สมัครเข้ารับการสัมภาษณ์หากไม่มีผลตรวจสุขภาพมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ผลตรวจสุขภาพจะมีอายุเพียง 6 เดือน

การเข้าไปตรวจสุขภาพก่อนที่จะได้รับวันนัดสัมภาษณ์จึงไม่แนะนำ

เพราะอาจจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนได้ โดยเอกสารที่ต้องเตรียมไป ณ วันตรวจสุขภาพมีดังต่อไปนี้

  1. หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน (ตัวจริง)
  2. จดหมายแสดง Case number และอีเมลที่ได้รับการยืนยันวันนัดสัมภาษณ์
  3. รูปถ่ายขนาดเดียวกันกับประกอบการขอวีซ่าอเมริกา 4 รูป
  4. ประวัติการฉีดวัคซีน (ถ้ามี)
ตรวจสุขภาพขอk1 visa
  • ขั้นตอนที่ 4 เตรียมเอกสารที่ใช้ในการสัมภาษณ์

ในส่วนของการเตรียมเอกสารเพื่อใช้ในวันสัมภาษณ์ถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการขอวีซ่าคู่หมั้นอเมริกา (K1 Visa) ผู้สมัครจะต้องถือเอกสารส่วนตัวตัวจริงทั้งหมดไป ณ วันสัมภาษณ์  

เอกสารที่ใช้สัมภาษณ์
ส่วนเอกสารสำคัญของสปอนเซอร์ที่ใช้ในขั้นตอนนี้คือหนังสือค้ำประกัน หรือที่เรียกว่า I-134 Affidavit of Support ตัวจริงที่ต้องลงลายมือชื่อโดยสปอนเซอร์ และยื่นแนบพร้อมกับบันทึกรายการภาษีปีล่าสุดของสปอนเซอร์ สามารถดาวโหลดแบบฟอร์ม I-134 ได้ตามลิ้งค์นี้ https://www.uscis.gov/i-134 ซึ่งเจ้าหน้าที่จะพิจารณารายได้ของสปอนเซอร์ว่าผ่านเกณฑ์ที่จะรับรองคู่หมั้นได้หรือไม่จากการกรอกข้อมูลรายได้ลงในแบบฟอร์มนี้ พร้อมทั้งพิจารณาเอกสารการยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลปีล่าสุดของสปอนเซอร์ ขนาดครอบครัวของสปอนเซอร์ และรัฐที่สปอนเซอร์อาศัยอยู่ เช่น ถ้าสปอนเซอร์อยู่รัฐแคลิฟอเนียร์ และในฟอร์มเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของสปอนเซอร์มีผู้ติดตาม อาจจะเป็นลูก 1 คน ลักษณะนี้ขนาดครอบครัวของสปอนเซอร์จะนับเป็น 3 คน คือ สปอนเซอร์ ลูก และคู่หมั้นที่สปอนเซอร์ต้องการรับรองเพื่อขอวีซ่าคู่หมั้นให้ โดยเกณฑ์รายได้ของสปอนเซอร์จะต้องผ่านเกณฑ์ระดับ 100% ในเคสนี้รายได้ของสปอนเซอร์ต่อปีต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 21,720$ ดูตามตัวอย่างตารางด้านล่างนี้

ในกรณีที่สปอนเซอร์อยู่กลาสก้า และฮาวาย ให้เช็คเกณฑ์รายได้ตามตารางด้านล่างนี้

สามารถเช็คเกณฑ์รายได้เพิ่มเติมได้จากลิงค์นี้นะ https://www.uscis.gov/i-864pอีกหนึ่งเอกสารที่ขาดไม่ได้คือหลักฐานความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่าย ประวัติการสนทนา หรือหลักฐานใด ๆ ที่ยืนยันได้ว่าความสัมพันธ์ของคุณกับสปอนเซอร์ยังคงดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน จะต้องนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ในวันสัมภาษณ์ด้วยเช่นกัน หากผู้สมัครและสปอนเซอร์ไม่สามารถจัดเตรียมเอกสารได้ครบถ้วน อาจเกิดความล่าช้าในการอนุมัติวีซ่าออกไปอีกอย่างน้อย 10 – 15 วันทำการ โดย ณ วันที่สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่จะให้กระดาษมา 1 แผ่น ระบุรายละเอียดเอกสารที่ต้องยื่นเพิ่มเติม เราเรียกเคสลักษณะนี้ว่าเคสติด 221(g) ซึ่งทางผู้สมัครจะต้องยื่นเอกสารตามที่สถานทูตร้องขอภายใน  1 ปี มิฉะนั้นคำร้องขอวีซ่าของท่านจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ

  • ขั้นตอนที่ 5 สัมภาษณ์

เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ไปถึงสถานทูตก่อนเวลานัดสัมภาษณ์ซักเล็กน้อย และเตรียมใจให้พร้อมกับการสัมภาษณ์ ในขั้นตอนนี้เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจเอกสารทั้งหมดพร้อมทั้งทำการสัมภาษณ์ผู้สมัคร คำถามที่มักถูกนำมาถามส่วนใหญ่แล้วจะเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้สมัครและสปอนเซอร์ หรือคำถามเกี่ยวกับตัวสปอนเซอร์ เพื่อเช็คว่าคุณทั้ง 2 คนรู้จักกันจริงหรือไม่ เป็นคู่รักกันจริงหรือไม่ ควบคู่ไปกับการดูเอกสารแสดงความสัมพันธ์ที่คุณได้ยื่นไป นอกจากนี้อาจมีการสัมภาษณ์เกี่ยวกับประวัติงานที่คุณเคยทำ รวมไปถึงประวัติการเดินทางไปต่างประเทศของคุณด้วย เจ้าหน้าที่จะสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษในระดับที่ใช้ในการสื่อสาร หากคุณสามารถโต้ตอบกับคู่หมั้นของคุณเป็นภาษาอังกฤษได้ การสัมภาษณ์ก็ไม่น่าเป็นเรื่องยากสำหรับคุณจนเกินไป แต่อย่างไรก็ตามหากคุณประหม่าจนพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอสัมภาษณ์เป็นภาษาไทยได้เช่นกัน หากคุณได้รับการอนุมัติวีซ่าเจ้าหน้าที่จะเก็บพาสปอร์ตของคุณไว้ และจะส่งพาสปอร์ตติดหน้าวีซ่าพร้อมแพ็คเกจเอกสารที่คุณจะต้องถือไปในวันที่เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา ผ่านทางไปรษณีย์ภายใน 7 วันทำการนับจากวันที่คุณเข้าสัมภาษณ์

การสัมภาษณ์วีซ่าคู่หมั้นอเมริกา

ต้องทำอย่างไรบ้าง  หลังจากได้รับวีซ่า ?

หลังจากที่ผู้สมัครได้รับวีซ่าแล้วควรตรวจสอบความถูกต้องบนหน้าวีซ่าและแพ็คเกจที่ส่งมาว่าอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์หรือไม่ หากมีชำรุดเกินควร ควรติดต่อทางสถานทูตเพื่อขอให้ทำการห่อและปิดผนึกให้ใหม่อีกครั้งผู้สมัครที่ได้รับการอนุมัติวีซ่าอเมริกาจะได้รับวีซ่าประเภท K1 ที่มีระยะเวลา 6 เดือนนับตั้งแต่วันออกวีซ่า แบบเดินทางเข้าออกได้ครั้งเดียว ผู้สมัครจะต้องเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาภายในช่วงเวลาที่ปรากฏอยู่ในวีซ่าและก่อนที่ผลตรวจสุขภาพของคุณจะหมดอายุ และผู้สมัครจะต้องจดทะเบียนสมรสกับสปอนเซอร์ภายใน 90 วันนับจากวันที่เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา หลังจากจดทะเบียนสมรสเรียบร้อยแล้ว จะต้องดำเนินการยื่นคำร้องเพื่อขอปรับสถานะเป็นผู้พำนักถาวรหรือที่เรียกว่าผู้ถือกรีนการ์ด (LPR) กับ Department of Homeland Security (DHS), U.S. Citizenship and Immigration Services (USCIS) ต่อไป

วีซ่าคู่หมั้นอเมริกา อนุมัติแล้วต้องทำอย่างไร

ระยะเวลาในการขอวีซ่าคู่หมั้นอเมริกา

การขอวีซ่าคู่หมั้นอเมริกา จะมีหลายขั้นตอน และแต่ละขั้นตอนก็จะใช้เวลาดำเนินการที่แตกต่างกัน โดยหลักๆแล้ว การขอวีซ่าคู่หมั้นอเมริกาก็จะใช้เวลาดำเนินการในแต่ละขั้นตอน ดังนี้

  1. ระยะเวลาในการรออนุมัติใบคำร้อง I-129F ประมาณ 4-6 เดือนนับจากวันที่ USCIS ได้รับใบคำร้อง I-129F โดยดูวันที่ได้จาก Notice of Receipt
  2. ระยะเวลาในการออกหมายเลขเคส หรือ case number 1-1.5 เดือนนับจากวันที่ใบคำร้องได้รับการอนุมัติ
  3. ระยะเวลาในการรอวันสัมภาษณ์ ประมาณ 2 อาทิตย์หลังจากส่งอีเมลแจ้งขอเข้ารับการสัมภาษณ์กับสถานฑูตอเมริกา
  4. ระยะเวลาในการรอเล่มหนังสือเดินทางและหน้าวีซ่า ประมาณ 7 วันทำการ นับจากวันที่เข้าสัมภาษณ์

*โดยรวมแล้วขั้นตอนทั้งหมดจะให้เวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 8 เดือน  ทั้งนี้ ณ สถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของ Covid-19 อาจทำให้ระยะเวลายืดออกไปอีกเป็น 8 – 12 เดือน

คำถามที่พบบ่อย

เราทำวีซ่าประเภทนี้บ่อยๆ เฉลี่ยนเดือนละประมาณ 7-10 เคส และผู้สนใจหรือลูกค้าของเราก็จะมีข้อสงสัยหรือคำถามที่ถามเราบ่อยๆ เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการทำวีซ่าประเภทนี้

  • หากเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาแล้วแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสภายใน 90 วัน จะต้องทำอย่างไร
  1. ผู้ที่ได้รับวีซ่าจะต้องเดินทางออกจากสหรัฐอเมริกาก่อนที่วีซ่าจะหมดอายุ
  • ถ้าระยะเวลาความสัมพันธ์ของผู้สมัครกับสปอนเซอร์ไม่ถึง 2 ปี จะสามารถยื่นขอวีซ่าคู่หมั้นได้ไหม
  1. สามารถยื่นขอวีซ่าได้ แต่ผู้สมัครและสปอนเซอร์จะต้องเคยเจอตัวจริงกันมาก่อนภายในระยะเวลา 2 ปีก่อนวันที่ยื่นคำร้องขอวีซ่า
  • เคยถูกปฏิเสธวีซ่าท่องเที่ยวมาก่อนจะมีผลต่อการยื่นขอวีซ่าคู่หมั้นหรือไม่
  1. โดยส่วนมากแล้วประวัติการถูกปฏิเสธวีซ่าท่องเที่ยวไม่ส่งผลกระทบต่อการพิจารณาวีซ่าคู่หมั้น ผู้สมัครควรแจ้งประวัติการถูกปฏิเสธวีซ่าในใบสมัครวีซ่าชั่วคราว (DS-160) ตามจริง
  • รายได้ของสปอนเซอร์ไม่ถึงเกณฑ์สามารถยื่นขอวีซ่าคู่หมั้นได้ไหม
  1. ในกรณีที่สปอนเซอร์มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำอาจส่งผลต่อการพิจารณาวีซ่าได้ ผู้สมัครและสปอนเซอร์อาจต้องเปลี่ยนไปสมัครวีซ่าคู่สมรสหรือ CR1/IR1 แทน โดยจะต้องจดทะเบียนสมรสที่ประเทศไทยก่อนแล้วยื่นขอเป็นวีซ่าคู่สมรส เนื่องจากวีซ่าประเภทนี้สามารถให้บุคคลที่สามที่มีสัญชาติอเมริกัน หรือมีสถานะถิ่นที่อยู่ถาวร Green Card และมีรายได้ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำเป็นสปอนเซอร์ร่วมหรือ Joint Sponsor ร่วมกับสปอนเซอร์หลักได้
  • มีความเสี่ยงใดบ้างที่อาจทำให้ถูกปฏิเสธวีซ่าคู่หมั้น
  1. ผลตรวจสุขภาพของผู้สมัครไม่ผ่านเกณฑ์
  2. ประวัติอาชญากรรม คดีความต่าง ๆ ของผู้สมัครและสปอนเซอร์
  3. ประวัติการทำงานผิดกฎหมายของผู้สมัคร
  4. รายได้ของสปอนเซอร์ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ
  5. ไม่ได้สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีความสัมพันธ์กันจริง
คำถามที่พบบ่อยในการทำวีซ่าk1

บริการรับทำวีซ่าคู่หมั้นอเมริกา K1

หากคุณอ่านข้อมูลข้างต้น หรือหาอ่านเอาใน Internet แล้ว ก็ยังไม่เข้าใจ หรือไม่มั่นใจที่จะทำเอง ทางบาเบลของเราก็มีบริการรับทำวีซ่าคู่หมั้นอเมริกาหรือ K1 นะ และจริงๆแล้ว เราก็อยากดูแลคุณ เพราะหากคุณทำเองแบบผิดๆ เพราะขาดความรู้ หรือหลงประเด็นในสาระสำคัญ วีซ่าของคุณก็จะถูกปฎิเสธนั้นเอง นอกจากเสียเงินค่าธรรมเนียมไปแล้ว ที่สำคัญคุณก็จะเสียเวลาไปร่วมปีอีกด้วยนอกจากนี้ คุณอาจดูบริการรับทำวีซ่าของเราเพิ่มเติมได้ที่นี้นะ: บริการรับทำวีซ่าหากคุณมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่เราระบุไว้ข้างต้น โอกาสที่คุณจะได้วีซ่านั้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม การมีความรู้ในขั้นตอน วิธีการรวมถึงการเตรียมเอกสารที่สมบูรณ์ครบถ้วนจะทำให้การยื่นวีซ่าเป็นไปอย่างไร้ความกังวล อย่างไรก็ดี หากคุณขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งไปไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องถูกปฏิเสธวีซ่า เราแนะนำให้คุณติดต่อทางทีมงานเพื่อเล่าถึงปัญหาและข้อกังวลต่าง ๆ เพื่อหาทางแก้ไขร่วมกันต่อไปบริการที่คุณจะได้รับจากทีมงานของเรามีดังนี้

  • ช่วยประเมินความเป็นไปได้และปัจจัยเสี่ยงในการขอวีซ่าสำหรับลูกค้าแต่ละท่าน
  • ให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอน
  • แจ้งรายการเอกสารที่จำเป็นสำหรับลูกค้าและสปอนเซอร์
  • กรอกใบสมัครออนไลน์และใบสมัครอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • แปลและรับรองเอกสาร
  • จัดเตรียมเอกสารทั้งของผู้สมัครและสปอนเซอร์
  • ยื่นแพ็คเกจเอกสารไปที่ USCIS
  • ยื่นเอกสารทางอีเมล์เพื่อทำนัดหมายสัมภาณ์กับสถานทูตสหรัฐอเมริกา
  • ติดต่อช่วยเหลือในการขอใบรับรองความประพฤติจากกรมตำรวจ
  • ทำนัดหมายกับทางโรงพยาบาลพร้อมดูแลลูกค้าในวันที่เข้าไปตรวจสุขภาพ
  • เตรียมแนวคำถามที่ใช้ในการสัมภาษณ์และฝึกซ้อมสัมภาษณ์
  • คอยเช็คและอัพเดทผลให้กับทางผู้สมัคร

การขอวีซ่าคู่หมั้นนั้นมีหลายขั้นตอนและใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน ณ ปัจจุบันประมาณ 8 เดือน ในบางกรณีที่เกิดความผิดพลาดในขั้นตอนของการเขียนคำร้องหรือยื่นเอกสารไม่ครบถ้วน อาจทำให้ระยะเวลาพิจารณาที่ยาวนานอยู่แล้วต้องยืดเยื้อออกไปอีกได้ ดังนั้นการมีผู้ให้คำแนะนำและผู้ช่วยดูแลในทุกขั้นตอน จะทำให้การยื่นวีซ่าคู่หมั้นอเมริกาของคุณเป็นไปด้วยความราบรื่นและสบายใจ ทีมงานของบริษัท บาเบลวีซ่า แอนด์ ทรานสเลชั่น จำกัด เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการทำวีซ่ามาเป็นเวลามากกว่า 10 ปี เราพร้อมจะเป็นที่ปรึกษาและดูแลคุณอย่างดีในทุก ๆ ขั้นตอนของการทำวีซ่าและคุณสามารดูผลงานของเราบางส่วนได้ที่นี้นะ : ผลงานของเรา คุณสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่าและบริการของเราได้ที่อีเมล์ info@bebel-translation.com หรือโทรมาที่เบอร์ 02-2583433

บริการรับทำวีซ่าคู่หมั้นอเมริกา

บทสรุป

หัวใจสำคัญของการขอวีซ่าคู่หมั้นอเมริกา (K1 Visa) คือเรื่องความสัมพันธ์ที่ต้องพิสูจน์ได้จริง เรื่องรายได้ของสปอนเซอร์ เรื่องประวัติอาชญากรรม และเรื่องสุขภาพของผู้สมัคร ถ้าคุณผ่านคุณสมบัติทั้งหมดนี้ได้ ถือว่าคุณมีชัยไปแล้วเกือบ 100% ส่วนที่เหลือคือเรื่องของการให้ข้อมูลหรือกรอกข้อมูลในใบสมัครต่างๆ ซึ่งรายละเอียดจะเยอะมาก มากกว่าวีซ่าท่องเที่ยวชั่วคราวหลายเท่าตัว  เพราะฉะนั้นต้องอ่านคำถามในใบสมัครให้ถี่ถ้วน เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และสามารถตอบคำถามได้ตรงประเด็น ถูกต้อง ครบถ้วน ทั้งนี้ข้อมูลสำคัญใดๆที่ได้ลงไปในสมัครก็ควรยื่นเอกสารหลักฐานประกอบให้สอดคล้องกัน ข้อมูลที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้จะช่วยทำให้คุณเข้าใจและเห็นภาพขั้นตอนการสมัครวีซ่าคู่หมั้นอเมริกามากขึ้น ถึงแม้จะมีความยาก ซับซ้อนหลายขั้นตอน และใช้เวลานาน แต่บอกได้เลยว่ามันคุ้มค่าสำหรับการรอคอย พื่อคุณจะได้เริ่มต้นชีวิตคู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศสหรัฐอเมริกา  

B1/B2

น้องเอริน
US Visa Luk

B1/B2

Khun Luk

K 1 Fiance

Khun Sea
US Visa Khun Fai

K1 Visa

คุณฝ้าย

๊US Visa Khun Sear

F1 วีซ่านักเรียน

คุณเสือ

US Visa Khun Tai

B1/B2

Khun ต่าย